นโยบายพรรค

นโยบายพรรคครูไทยเพื่อประชาชน พ.ศ. 2554

 พรรคครูไทยเพื่อประชาชน  จะยึดมั่นในอุดมการณ์ของการบริหารพรรค ที่อยู่ภายใต้กฎหมายของการปกครองในระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของชาติและจะยึดผลประโยชน์ของชาติและประชาชนเป็นหลักในการบริหารประเทศ   จึงได้กำหนดนโยบายการบริหารไว้ ๑๖ ด้านดังนี้

๑. นโยบายด้านการเมืองการปกครอง

                                                ๒. นโยบายด้านเศรษฐกิจ

                                                ๓. นโยบายด้านสังคม  ศาสนาและวัฒนธรรม

                                                ๔. นโยบายด้านการเกษตรและสหกรณ์

                                                ๕. นโยบายด้านการพัฒนาอุตสาหกรรม

                                                ๖.  นโยบายด้านการศึกษา

                                                ๗. นโยบายด้านการป้องกันประเทศและความมั่นคง

                                                ๘. นโยบายด้านการต่างประเทศ

                                                ๙. นโยบายด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

                                                ๑๐.นโยบายด้านแรงงานและสวัสดิการสังคม

                                                ๑๑. นโยบายด้านสตรี  เด็ก  เยาวชนและผู้ด้อยโอกาสในสังคม

                                                ๑๒. นโยบายด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม

                                                ๑๓. นโยบายด้านการต่อต้านยาเสพติดและโรคติดต่อที่รุนแรง

                                                ๑๔. นโยบายด้านสาธารณสุขและสาธารณูปโภค

                                                ๑๕.นโยบายด้านการสื่อสารและการคมนาคม

                                ๑๖.นโยบายด้านการกีฬาและนันทนาการ

 ๑.  นโยบายด้านการเมืองและการปกครอง

  ปัญหาการเมืองที่ยังไม่เป็นระบบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์นับว่าเป็นอุปสรรคอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศชาติ  ฉะนั้นพรรคครูไทยเพื่อประชาชนจึงเน้นการแก้ไขปัญหาหลักของชาติด้วยการริเริ่มจัดระบบการเมืองให้เป็นระบบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของชาติ  โดยจะเน้นความสำคัญในการบริหารตามหลักการของระบบประชาธิปไตยที่จะตั้งพรรคการเมืองโดยประชาชนเป็นของประชาชนและเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง  ดังต่อไปนี้

(๑)   ปกป้องและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์อย่างเต็มรูปแบบ

(๒)   ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีมาตรฐานในระบบของงานราชการ และรวมทั้งการเลื่อนตำแหน่งของข้าราชการทุกระดับชั้น  เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและมีประสิทธิภาพของการทำงานสูงสุด

(๓)   ส่งเสริมให้ประชาชนทุกสาขาอาชีพมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างกว้างขวางและเผยแพร่ความรู้ความคิดทางการปกครองในระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของชาติ

               (๔)   ให้การสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ

(๕)  การกระจายอำนาจการปกครองจากส่วนกลางสู่ภูมิภาคและส่วนท้องถิ่นอย่างมีระบบ  เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการดำเนินงาน  และการกระจายความเจริญ       สู่ชนบทอย่างแท้จริง

(๖)   สนับสนุนและส่งเสริมข้าราชการประจำมีส่วนร่วมในทางการเมืองอย่างเปิดเผย  เพื่อเพิ่มจิตสำนึกในการรับใช้ชาติ  และหน้าที่ของตนเองต่อชาติและประชาชน

               (๗)   ส่งเสริมและสนับสนุนรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันและแก้กฎหมายบางฉบับที่ล้าหลัง ที่ยังไม่เป็นประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์

  (๘)   ให้คนไทยทุกหมู่เหล่ามีสิทธิเสรีภาพสมบูรณ์ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  และปลูกจิตสำนึกส่งเสริมให้คนไทยมีความรักชาติบ้านเมืองและมีจิตสำนึกในหน้าที่ของตนที่มีต่อชาติบ้านเมือง

(๙)               ให้อำนาจนิติบัญญัติ  อำนาจบริหาร  และอำนาจตุลาการเป็นของประชาโดยประชาชนและเพื่อประชาชน  โดยยึดถือระบบประชาธิปไตยอันมี                  พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของชาติ

๒.    นโยบายด้านเศรษฐกิจ

(๑)  สนับสนุนให้ข้าราชการและประชาชนทั่วไปมีความเป็นอยู่และดำเนินชีวิตตามแบบของเศรษฐกิจพอเพียง  และการพึ่งตนเองเป็นหลัก

(๒)  พัฒนาการวางผังเมืองของทุกจังหวัดให้เป็นระเบียบและได้มาตรฐานตามหลักการจัดผังเมืองตามสากล  และเน้นก่อสร้างที่ได้มาตรฐานและมีที่มาของศิลปะของชาติไทยในการออกแบบและก่อสร้างรวมทั้งวัสดุที่นำมาใช้ในการก่อสร้าง

(๓)  สนับสนุนให้ตั้งองค์กรเศรษฐกิจแห่งชาติเพื่อประสานงานช่วยเหลือสนับสนุนและให้ความคุ้มครองด้านอุตสาหกรรมและผลผลิตอื่น ๆ ที่สามารถผลิตได้      ภายในประเทศ

             (๔)  ร่วมมือกับต่างประเทศในด้านการลงทุนร่วมกันในด้านเศรษฐกิจภายใต้หลักของความเป็นสระและพึ่งตนเอง  โดยยึดหลักการเสียเปรียบน้อยที่สุดเป็นหลัก

(๕)  ป้องกันมิให้เกิดภาวะเงินเฟ้อหรือภาวะการเงินใด ๆ โดยให้ความสำคัญในการจัดสรรเงินงบประมาณรายจ่ายของแผ่นดินอย่างเหมาะสมด้วยการประหยัดและป้องกันการรั่วไหล

(๖)  แก้ไขปัญหาการเงินการคลังและการธนาคารให้สอดคล้องกับปัญหาเศรษฐกิจ  หลีกเลี่ยงการผูกขาดและให้มีการควบคุมการปล่อยสินเชื่ออย่างมีประสิทธิภาพเพื่อรักษามาตรฐานเงินตราของประเทศโดยยึดถือความเป็นอิสระและมาตรฐานสากลเป็นหลัก

               (๗)  ยกระดับมาตรฐานการครองชีพและความเป็นอยู่ของประชาชนให้สูงขึ้น  เพื่อสอดคล้องต่อการพัฒนาประเทศ

(๘)  ปรับปรุงการจัดเก็บภาษีต่าง ๆ ให้ถูกต้องและเป็นธรรมกำหนดมาตรการควบคุมราคาสินค้าเครื่องอุปโภค  บริโภคตลอดจนการค้ากำไรเกินควรและป้องกันการกักตุนสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ

(๘)   กระจายความเจริญและสนับสนุนการเพิ่มงานไปสู่ชนบทเพื่อผ่อนคลายความแออัดในเมืองหลวง

(๙)   พัฒนาระบบรัฐวิสาหกิจ  โดยใช้หลักการแข่งขันเสรีและการแปรรูปรัฐวิสาหกิจโดยกำหนดอัตราในการถือหุ้นของรัฐบาลต้องเกินกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนหุ้นทั้งหมดในกรณีของรัฐวิสาหกิจหลักและอาจจะเป็นผู้ถือหุ้นน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของหุ้นทั้งหมดในกรณีของรัฐวิสาหกิจรอง

              (๑๐)   ปฏิรูปที่ดินเพื่อให้เกษตรกร ชาวนา  ชาวไร่  มีที่ทำกินเป็นของตนเองและกำหนดพื้นที่ทางการเกษตร  ป่าไม้  อุตสาหกรรม  และที่อยู่อาศัยให้แน่นอน               ทั่วประเทศ

(๑๑)   ส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาโดยใช้ทรัพยากรของชาติให้น้อยที่สุดเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของชาติโดยรวม

(๑๒)  ให้การสนับสนุนการกำหนดมาตรฐานของผลผลิตทางด้านการเกษตร  และอุตสาหกรรมภายในประเทศเพื่อการส่งออกที่มีคุณภาพ

 (๑๓)  ทบทวนและพัฒนาแผนเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติให้ตรงกับสภาพความเป็นจริง  โดยยึดหลักของระบบเศรษฐกิจการแข่งขันเสรีที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมไทยและประเทศชาติ

๓.  นโยบายด้านสังคม  ศาสนาและวัฒนธรรม

           (๑)   กำหนดวิธีการและวิธีปลูกฝังชาตินิยมให้แก่เยาวชนและประชาชนทุกหมู่เหล่า เพื่อเสริมสร้างทัศนคติที่ดีต่อประเทศ

            (๒)   ให้สิทธิเสรีภาพของประชาชนในการนับถือศาสนาและสามารถประกอบศาสนาพิธีที่ประชาชนเลื่อมใสศรัทธาด้วยความบริสุทธิ์  และให้สถาบันทั้งหลาย           มีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมและวัฒนธรรมอย่างถูกต้อง

             (๓)   ส่งเสริมและสนับสนุนขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติ

(๔)  ดำเนินการเป็นขั้นตอนในการประกันสังคมแบบสมบูรณ์เต็มรูปแบบ โดยให้แผนการประกันสังคมนั้นสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

              (๕)  ปลุกฝังจิตสำนึกและอุดมการณ์ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของชาติ  แก่ประชาชนและข้าราชการอย่างกว้างขวางและต่อเนื่อง

(๖)   ป้องกันและแก้ไขเหตุแห่งความไม่เป็นธรรมในสังคมทุกระดับ  ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนกระทั่งถึงระดับชาติ  พร้อมทั้งสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนทุกหมู่เหล่า

๔.   นโยบายด้านการเกษตรและสหกรณ์ 

(๑)   ส่งเสริมและอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม

(๒)  ให้การสนับสนุนการประมง  รวมทั้งประมงน้ำจืด  ประมงชายฝั่ง  และประมงไกลฝั่ง  โดยออกมาตรการการทำประมงในเขตหวงห้ามและฤดูวางไข่               อย่างเป็นระบบ

(๓)  สนับสนุนการปลูกป่าชายเลนทั่วประเทศเพื่อส่งเสริมการเพาะพันธุ์ปลาตามธรรมชาติ

(๔)   ปรับปรุงระบบและวิธีการปฏิรูปที่ดินให้เป็นรูปธรรมอย่างจริงจังเพื่อป้องกันการรุกล้ำเขตที่ดินเป็นป่าสงวนและที่สาธารณะ

(๕)   หยุดยั้งการทำลายป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติโดยเด็ดขาด  พร้อมกับดำเนินการฟื้นฟูอนุรักษ์สภาพป่าต้นน้ำลำธาร   เพื่อคงไว้ซึ่งป่าไม้และธรรมชาติที่สมบูรณ์

              (๖)   สนับสนุนการตลาดการเกษตรของสหกรณ์จังหวัดทุกจังหวัดเพื่อผลการตลาดภายในประเทศและตลาดส่งออกอย่างเป็นระบบ

(๗)   ปรับปรุงระบบชลประทาน  และน้ำต่าง ๆ ให้ทั่วถึงทุกภาค  เพื่อผลประโยชน์ทางด้านการเกษตร  การประปาและการป้องกันน้ำท่วมอย่างเป็นระบบ

(๘)   ปรับปรุงและพัฒนาแหล่งน้ำ  แม่น้ำ  ชายฝั่งทะเล  ทั้งประเทศให้เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติสะอาดและปราศจากสารพิษเนื่องจากมลภาวะและพาหะ                   ของโรคต่าง ๆ  

(๙)   ส่งเสริมการค้นคว้าและพัฒนาเกษตรกรรมแบบผสมผสานและแบบปลอดสารพิษให้สอดคล้องกับการศึกษาค้นคว้าด้านเทคโนโลยีชีวภาพขยายตลาดสินค้าเกษตรกรรมแบบปลอดสารพิษให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

(๑๐)   ประกันการผลิตและผลผลิตของเกษตรกรอย่างเป็นระบบและเป็นธรรมเพื่อแก้ไขปัญหาการผลิตและราคาผลผลิตที่ตกต่ำ

            (๑๑)   ส่งเสริมและปรับปรุงแก้ไขระบบสหกรณ์  กลุ่มการเกษตร  และกลุ่มสาขาอาชีพทุกรูปแบบให้มีประสิทธิภาพและบทบาทที่เข้มแข็งขึ้นทั้งด้านการผลิตและการจัดจำหน่ายตลอดจนการบริหารองค์กรเพื่อการพึ่งตนเองในยุคโลกาภิวัฒน์

๕. นโยบายด้านการพัฒนาอุตสาหกรรม

(๑)  ส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมเพื่อการเกษตรอย่างเต็มรูปแบบและต่อเนื่อง

(๒)  ให้การสนับสนุนในการลงทุนร่วมกับบริษัทต่างชาติและโรงงานอุตสาหกรรมทุกชนิด  ในรูปแบบของการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่มีฐานการผลิตอยู่ในประเทศไทย

(๓)  ให้การสนับสนุนและคุ้มครองอย่างเต็มรูปแบบกับโรงงานอุตสาหกรรมของคนไทยทั้งโรงงานอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดใหญ่  เพื่อที่จะเป็นหลักของระบบอุตสาหกรรมของชาติในเชิงการผลิตเพื่อการตลาดทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ

                            (๔)   ควบคุมมลภาวะที่เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรมอย่างเข้มงวด เพื่อรักษาไว้ซึ่งสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติที่ดีตามมาตรฐานสากล

(๕)   สนับสนุนให้สถาบันการศึกษาต่าง ๆ  ตลอดจนอาจารย์และนักศึกษาได้มีส่วนร่วมในการค้นคว้าพัฒนาและวิจัยเทคโนโลยีสมัยใหม่  เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพของผลผลิตอุตสาหกรรมของประเทศ 

                            (๖)  เร่งรัดการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกและความจำเป็นขั้นพื้นฐาน  ตลอดจนสาธารณูปโภคให้พอเพียง  เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการในการพัฒนาอุตสาหกรรมภายในประเทศและการร่วมลงทุนกับต่างประเทศ

                            (๗)   ส่งเสริมการส่งออกอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม  ตลอดจนอุตสาหกรรมภายในครัวเรือนของชุมชนให้เป็นรูปธรรม

(๘)  สนับสนุนและส่งเสริมให้หน่วยงานของรัฐและผู้ที่มีขีดความสามารถด้านต่าง ๆ  ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนามาตรฐานอุตสาหกรรมและผลผลิตด้านอุตสาหกรรม

(๙)  ปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยคนไทย

            (๑๐)  สนับสนุนและให้การคุ้มครองผลผลิตที่สามารถผลิตได้ภายในประเทศ

          ๖.   นโยบายด้านการศึกษา

            (๑)  สนับสนุนให้มีการแปลและเรียบเรียงหนังสือหรือตำราเรียน  หรือเอกสารอ้างอิงที่ใช้ในสถาบันการศึกษาในต่างประเทศเพื่อให้นักเรียนและนักศึกษามีโอกาสได้ศึกษาหาความรู้ได้กว้างขวางยิ่งขึ้น

(๒)  เสริมสร้างสวัสดิการ  ขวัญกำลังใจ  และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ให้แก่ครูอาจารย์และบุคลากรทางด้านการศึกษาทุกระดับ

               (๓)  สนับสนุนให้ผู้ที่ด้อยโอกาสในสังคมและผู้พิการมีโอกาสเข้าศึกษาและฝึกอบรบวิชาชีพมากขึ้นโดยยึดถือการพึ่งตนเองเป็นหลัก

(๔)  สนับสนุนให้มีการผลิตบุคลากรในสาขาวิชาชีพที่กำลังขาดแคลนโดยมุ่งเน้นเพื่อให้ความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศในอนาคต เช่น  ด้านวิทยาศาสตร์           การแพทย์  วิศวกรรม เป็นต้น  ให้พอเพียงทั้งปริมาณและคุณภาพ

(๕)  สนับสนุนให้สถาบันการศึกษาต่าง ๆ ทุกระดับได้มีการดำเนินกิจกรรมร่วมกันเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และทัศนะศึกษาของแต่ละคน  จัดการการขัดแย้งระหว่างสถาบันการศึกษาและให้มีมาตรการอย่างเฉียบขาดกับการเรียนและศึกษาที่ประพฤติผิดกฎของสถาบันการศึกษาอย่างร้ายแรง

(๖)  ปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับการพัฒนาการศึกษาของโลกทั้งปัจจุบันและอนาคต

               (๗)  ออกมาตรการให้ครูและอาจารย์ต้องมีการพัฒนาในการสอนให้มีประสิทธิภาพและคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานการศึกษาของชาติ

(๘)  ส่งเสริมและให้การสนับสนุนให้แก่เด็กและเยาวชนที่บิดา  มารดา หรือผู้ปกครองที่มีสถานะยากจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานสามารถเข้าโรงเรียนได้โดยไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียนทุกระดับการศึกษา

(๙)   ส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนรักในการเรียนและการศึกษาหาความรู้ตลอดเวลา     

๗.   นโยบายด้านการป้องกันประเทศและความมั่นคง

(๑)  กำหนดแผนและมาตรการความมั่นคงของชาติให้เป็นรูปธรรมและชัดเจน 

(๒)  ให้เพิ่มประสิทธิภาพและความเข้มงวดของระบบการตรวจสอบคนเข้าเมือง  โดยผิดกฎหมาย ผู้ลี้ภัย   ผู้ลี้ภัยการเมืองและอื่น ๆ

(๓)  ให้เพิ่มประสิทธิภาพของกำลังทางทหาร  ตำรวจตระเวนชายแดน สิ่งอำนวยความสะดวกตลอดตามแนวชายแดนและแนวชายฝั่งทั่วประเทศ  เพื่อป้องกันการรุกล้ำและการแทรกแซงจากต่างประเทศ

(๔)  ตั้งหน่วยตรวจสอบพิเศษ  เพื่อป้องกันและติดตามการแทรกแซงกิจการต่าง ๆ การทำจารกรรมจากขบวนการก่อการร้ายจากภายนอกประเทศอย่างจริงจัง

(๕)  ประสานความร่วมมือกับมิตรประเทศในการแลกเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ทางการทหาร  เพื่อผลประโยชน์ร่วมกันในการฝึกร่วมซ้อมรบ  หรือการแลกเปลี่ยนความรู้เทคโนโลยีที่ทันสมัยซึ่งกันและกัน

(๖)  ปรับปรุงโครงสร้างของกองทัพให้มีเขตความสามารถ ศักยภาพ ความน่าเชื่อถือและความเข้มแข็งอย่างต่อเนื่อง  โดยจัดให้มีการส่งเสริมทางด้านการศึกษา         การซ้อมรบ การฝึกอบรมทั้งภายในและภายนอกประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ

(๗)  ปรับปรุงและสนับสนุนด้านสวัสดิการทหาร  องค์การทหารผ่านศึกและครอบครัวทหารให้ดีขึ้นเพื่อขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่รับใช้ประเทศชาติ

(๘)  สร้างและพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ขึ้นใช้เองบนพื้นฐานของการพึ่งตนเองอย่างคุ้มค่าและประหยัด

(๙)  ให้กองทัพมีบทบาทการพัฒนาและร่วมมือเสริมสร้างความมั่นคงของชาติทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม 

(๑๐)  พัฒนาพลังอำนาจของชาติให้เข้มแข็งและมีประสิทธิภาพทุกด้านพร้อมที่จะเผชิญภัยคุกคามจากภายในและภายนอกประเทศทุกรูปแบบ

๘.   นโยบายด้านการต่างประเทศ

(๑)  สนับสนุนให้มีการตั้งองค์กรระหว่างประเทศ   เพื่อประสานกับตำรวจสากลในกรณีผู้ก่อการร้ายข้ามชาติและการติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่หลบหนีเข้ามาแฝงตัวภายในประเทศ  หรือการหลบหนีออกนอกประเทศ

(๒)  สนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนทางด้านวิชาการทหาร  ผ่านผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารเพื่อความมั่นคงของประเทศ

(๓)  สนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนนักศึกษา  ศิลปะและวัฒนธรรมผ่านสถานทูตไทยหรือสถาบันศูนย์ศิลปะและวัฒนธรรมของชาติในต่างประเทศ

(๔)  กำชับให้สถานทูตที่ประจำอยู่ในต่างประเทศให้ดูแลช่วยเหลือคุ้มครอง  และบริการคนไทยที่ไปอาศัยหรือไปดำเนินธุรกิจอยู่ในประเทศนั้นๆ อย่างเป็นรูปแบบ           

                (๕)  เน้นเพิ่มนโยบายทางการทูตที่ประจำอยู่ในต่างแระเทศให้รายงานและเก็บข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในทางการเมือง   การค้าขาย  สังคมและวัฒนธรรมให้มากที่สุด  เพื่อความมั่นคงของประเทศในด้านปฏิบัติการทางการทูต

(๖)  รับความช่วยเหลือจากต่างประเทศให้น้อยที่สุดโดยปราศจากเงื่อนไขที่จะทำลายประโยชน์และความมั่นคง  ตลอดจนการแทรกแซงกิจการภายในทั้งปวงของชาติ

(๗)  สนับสนุนและส่งเสริมให้สถานทูตไทยที่ประจำอยู่ในต่างประเทศต่าง ๆ เป็นตัวกลางในการขยายงานด้านการเผยแพร่วัฒนธรรมไทย  การค้าขายและการส่งออกอย่างมีประสิทธิภาพ

(๘)  ทบทวนและปรับปรุงสนธิสัญญาต่าง ๆ  โดยที่ประเทศไทยเสียเปรียบให้ดีขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ

(๙)  ให้ความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ

(๑๐)  กระชับความสัมพันธ์อันดีกับต่างประเทศทุก ๆ ประเทศ  โดยไม่เลือกการปกครองในลัทธิที่แตกต่างกัน  และให้ความสำคัญในด้านเชิงการทูตอย่างมีประสิทธิภาพ

(๑๑)  ดำเนินนโยบายอย่างอิสระโดยยึดหลักการของผลประโยชน์  และความมั่นคงของชาติเป็นสำคัญ

๙.  นโยบายด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

(๑)  สนับสนุนให้มีการลงทุนวิจัยและพัฒนาร่วมกันกับต่างประเทศ  เพื่อนำเทคโนโลยีทันสมัยมาประยุกต์ใช้กับอุสาหกรรมการเกษตรภายในประเทศ

(๒) สนับสนุนให้หน่วยงานเอกชนสามารถนำเทคโนโลยีตาง ๆ  ที่คิดค้นโดยคนไทยมาประยุกต์เพื่อผลิตออกจำหน่ายสู่ตลาดทั้งภายในและภายนอกประเทศ

(๓)   ให้นำเทคโนโลยีของการใช้พลังงานจากธรรมชาติต่าง ๆ  ที่มีอยู่แล้วมาประยุกต์ใช้ในเชิงอุตสาหกรรม  การเกษตรและการดำเนินชีวิตอย่างมีคุณภาพเพื่อประโยชน์โดยร่วมของประชาชน

(๔)  สนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีกับนานาประเทศ  เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อก่อให้เกิดความคิดริเริ่มและเพื่อให้เทคโนโลยีเหล่านั้นมีคุณภาพและ    พอเพียงเพื่อที่จะพัฒนาประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจของชาติต่อไป

(๕)  ส่งเสริมการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  โดยเน้นให้อาจารย์จากสถาบันการศึกษาจากส่วนราชการต่าง ๆ ตลอดจนนักวิชาการจากภาคเอกชนได้มี     ส่วนร่วมในการพัฒนา  เพื่อประโยชน์ในเชิงอุตสาหกรรม  เกษตรกรรม  พาณิชกรรม  การบริหาร   และคุณภาพชีวิตของประชาชนและการส่งออก

๑๐.  นโยบายด้านแรงงานและสวัสดิการสังคม

(๑)  ส่งเสริมและปรับปรุงกฎหมาย  เพื่อให้มีกองทุนการประกันสุขภาพแห่งชาติทั้งผู้ใช้แรงงานครอบครัว  ผู้ว่างงานร่วมจนกระทั่งถึงผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส     ทางสังคม

(๒)  ส่งเสริมและปรับปรุงกฎหมาย  เพื่อให้มีกองทุนเพื่อสวัสดิการแรงงานและสังคมแห่งชาติและเป็นประโยชน์แก่ผู้ใช้แรงงานสูงสุด

(๓)  ส่งเสริมและปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้มีกองทุนบำนาญแห่งชาติสำหรับผู้ใช้แรงงานทุกสาขาอาชีพ  เพื่อเป็นหลักและประกันความมั่นคงในการดำเนินชีวิตภายหลังจากการเกษียณอายุ

                            (๔)  จัดตั้งศูนย์สารนิเทศและสวัสดิการให้เป็นศูนย์ข้อมูลในการจัดหางาน  การจัดทำทะเบียนผู้ใช้แรงงาน  การจัดเก็บภาษีให้ถูกต้อง  การเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ  การให้สวัสดิการแรงงานต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการแก่ผู้ใช้แรงงาน

(๕)  ส่งเสริมและสนับสนุนการฝึกอบรมแก่ประชาชน   เกษตรกร  ตลอดจนปกป้องสิทธิและผลประโยชน์อันพึงมีพึงได้ของประชาชนทุกสาขาอาชีพ

(๖)  สนับสนุนและส่งเสริมระบบแรงงานสัมพันธ์  การคุ้มครองแรงงานและมาตรการความปลอดภัยในการทำงานทั้งแบบทวิภาคีไตรภาคีให้นายจ้างและลูกจ้างมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน

(๗)  ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดตั้งสหภาพแรงงาน  กลุ่มสมาคม และชมรมต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและความมั่นคงของชาติ

(๘)  เพิ่มความมั่นคงในการทำงานและหลักประกันในการทำงานแก่ผู้ใช้แรงงานที่ทำงานในประเทศและต่างประเทศ   โดยมีองค์กรของระบบการประกันสังคม    มาเป็นผู้รับรองในกรณีตกงาน  เจ็บป่วย  ลาคลอดและอื่น ๆ 

(๙)  ขยายการว่าจ้างงานทางภาครัฐและเอกชนให้มากยิ่งขึ้นและให้มีองค์กรของรัฐมาดำเนินการควบคุมและดูแลการว่าจ้างอย่างใกล้ชิด  เพื่อขจัดการขูดรีดแรงงาน  ที่ไม่เป็นธรรมให้หมดสิ้นไป

(๑๐)  แก้ไขปรับปรุงกฎหมาย  ประกาศ  และคำสั่งที่ไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับแรงงานและสาขาอาชีพต่าง ๆ ให้ถูกต้องเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น

๑๑.   นโยบายด้านสตรี   เด็ก  เยาวชนและผู้ด้อยโอกาสในสังคม

(๑)  สนับสนุนให้มีองค์กรของรัฐเพื่อที่จะดูแลให้ความอนุเคราะห์แก่ผู้ด้อยโอกาสในสังคม เช่น ผู้ที่ทุพพลภาพ  ผู้ที่เกิดมาไม่สมประกอบและไม่สมประกอบอันเกิดจากอุบัติเหตุให้มีความเป็นอยู่ที่ดีและอบอุ่น

                            (๒)  สนับสนุนให้มีองค์กรของรัฐเพื่อที่จะดูแลเด็กอนาถาที่ถูกบิดา มารดาทอดทิ้งให้มีโอกาสได้อยู่ในสภาพที่ดีทางรัฐบาลจะสามารถจัดสรรหามาได้อย่างเต็มความสามารถ

(๓)  ให้การสนับสนุนบิดา  มารดา หรือผู้ปกครองในการช่วยเหลือทางด้านการเงินในกรณีที่มีภาระเรื่องบุตรอย่างเป็นรูปธรรม  โดยเฉพาะกรณีที่บิดา มารดา  หรือผู้ปกครองที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานรัฐบาลจะต้องสนับสนุนให้เด็กไทยทุกคนมีความเป็นอยู่ที่ดีและมีโอกาสเข้าเรียนในโรงเรียน  โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

               (๔)  ออกกฎหมายลงโทษบิดา  มาดา  หรือผู้ปกครองที่ทำทารุณกรรมและไม่เอาใจใส่ในการเลี้ยงดูบุตรหรือเด็กที่อยู่ในความอุปการะ

(๕)  ให้การคุ้มครองการใช้แรงงานเด็กอย่างเข้มงวดโดยการใช้แรงงาน  งานจะต้องได้รับการยินยอมจากบิดา มารดา หรือผู้ปกครองให้อยู่ในความดูแลของหน่วยงานของรัฐ  และไม่ใช้แรงงานเด็กไปในทางที่ผิดและเกินกว่าเวลาที่กฎหมายระบุไว้

(๖)  คุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก  เยาวชนและผู้ด้อยโอกาสในสังคมให้มีความเป็นอยู่ในสังคมอย่างเป็นธรรมและมีอาชีพที่เหมาะสม

(๗)  จัดหางานที่เหมาะสมและสงวนลิขสิทธิ์ของงานบางประเภทสำหรับสตรี  เพื่อเปิดโอกาสให้สตรีมีโอกาสหางานทำได้มากขึ้น

(๘)  ปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย  เพื่อส่งเสริมให้หญิงและชายมีสิทธิเท่าเทียมกันและขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรี   เพื่อให้สตรีมีสิทธิและเสรีภาพโดยสมบูรณ์ในการพัฒนาประเทศทั้งด้านการเมือง  เศรษฐกิจและสังคม

๑๒.   นโยบายด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม

(๑)  พัฒนาการใช้พลังงานจากธรรมชาติและทรัพยากรของชาติให้เกิดประโยชน์สูงสูดโดยไม่เกิดผลเสียต่อสภาวะแวดล้อมและมุ่งพึงตนในด้านนำเข้าพลังงานหลักจากต่างประเทศ  และให้เก็บพลังงานที่มีอยู่ภายในประเทศเป็นพลังงานสำรอง

(๒)  ฟื้นฟูความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศและทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลายไปอย่างมากให้กลับคืนสู่สภาพเดิม  และอนุรักษ์ปรับปรุงสภาพแวดล้อมของธรรมชาติให้คงไว้อย่างเป็นรูปธรรม

(๓)  เร่งรัดและป้องกันการแก้ปัญหามละภาวะและสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ  ทั้งในปัจจุบันและอนาคต

(๔)  ให้การศึกษาและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับความสำคัญ  และคุณค่าของระบบนิเวศน์รวมทั้งทรัพยากรของชาติแก่ประชาชนอย่างกว้างขวาง

(๕)   กำหนดแผนการใช้และพิทักษ์ทรัพยากรที่มีคุณค่าของชาติอย่างประหยัดและคุ้มค่าที่สุด

๑๓.  นโยบายด้านการต่อต้านยาเสพติดและโรคติดต่อที่รุนแรง

(๑)  ให้ความเข้มงวดกับชาวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาภายในประเทศ  ซึ่งอาจจะนำโรคระบาดร้ายแรงต่าง ๆ เข้ามาภายในประเทศได้

(๒)  ให้ความสำคัญและเข้มงวดกับการนำเข้าสัตว์หรือพาหะต่าง ๆ ทุกชนิดจากต่างประเทศให้มากที่สุดซึ่งอาจจะเป็นพาหะร้ายแรงและเป็นอันตรายต่อการบริโภคภายในประเทศ

(๓)  ให้เข้มงวดกับการนำเข้ายาปราบศัตรูพืชที่มีสารพิษเจือปน  และการนำเข้าพืชหรือผลไม้จากต่างประเทศที่อาจจะก่อให้เกิดโรคระบาดติดต่อมีผลเสียต่อการเกษตรของประเทศ

(๔)  ให้มีมาตรการลงโทษเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างรุนแรงในกรณีที่สืบทราบได้ว่ามีส่วนพัวพันกับการผลิต  การจำหน่าย  และการเสพยาเสพติดให้โทษ 

(๕)  ให้ความคุ้มครองและกักกันผู้ที่ติดยาเสพติด  ใช้วิธีทางการแพทย์ให้เขาเหล่านั้นกลับสู่สภาพเดิม        

(๖)  สนับสนุนให้การประสานงานอย่างมีประสิทธิภาพของทหารและตำรวจตระเวนชายแดนในการป้องกันการนำเข้าและจำหน่ายประเภทยาเสพติดให้โทษ      ตามแนวชายแดนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

(๗)  ป้องกันและปราบปรามการนำเข้ายาเสพติดให้โทษทุกชนิดจากต่างประเทศอย่างเฉียบขาด

(๘)  ป้องกันและปราบปรามการผลิต  การจำหน่าย  การเสพยาเสพติดให้โทษอย่างเฉียบขาด

๑๔.   นโยบายด้านสาธารณสุขและสาธารณูปโภค

(๑)  เพิ่มมาตรการการให้บริการของโรงพยาบาลของรัฐให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและจัดให้มีแพทย์และพยาบาลเพียงพอกับโรงพยาบาลทุกแห่งในต่างจังหวัด

(๒)  ควบคุมการคิดค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชนให้มีความเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น

(๓)  ปรับโครงสร้างการให้การบริการของด้านบริการต่าง ๆ ของสารธารณสุขให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น  การรักษาโรคต่าง ๆ  โดยผ่านข้อมูลทางคอมพิวเตอร์  การเก็บสำรองยาชนิดต่าง ๆ ไว้ที่ศูนย์ของจังหวัดเป็นต้น

(๔)  สนับสนุนให้อนามัยตำบล  อำเภอ  และโรงพยาบาลทุกจังหวัดให้มีการบริการที่ดีและทั่วถึงเพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง

(๕)  เพิ่มมาตรการการควบคุมการโฆษณาสินค้าบางประเภทที่ให้โทษต่อสุขภาพและร่างกายของประชาชน

(๖)  สนับสนุนและส่งเสริมการให้บริการด้านการสาธารณสุขและสาธารณูปโภคอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง

๑๕.   นโยบายด้านการสื่อสารและการคมนาคม

(๑)  ลงโทษผู้ฝ่าฝืนกฎจราจรที่ทำให้การจราจรติดขัด  ร่วมทั้งการใช้เส้นทางการบรรทุกน้ำหนักที่มีผลต่อสาธารณูปโภคของรัฐอย่างเป็นรูปธรรม

(๒)  จัดระบบการจราจรทุกจังหวัดให้เป็นระเบียบและเป็นรูปธรรม  เพื่อลดมละภาวะและการสูญเสียพลังงาน  อุบัติเหตุ  เวลา และอื่น ๆ

(๓)   สนับสนุนและส่งเสริมการให้การบริการสื่อสารและคมนาคมขั้นพื้นฐานของรัฐที่มีต่อประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ

(๔)   ป้องกันการลงทุนทั้งในด้านการสื่อสารและคมนาคมที่ซ้ำซ้อน

                            (๕)   สนับสนุนให้มีการขยายเส้นทางในการคมนาคมทั่วประเทศที่ประหยัดโดยเฉพาะการสื่อสารและการขนส่งทางน้ำ  ทางรถไฟรางคู่มาตรฐานสากล  ร่วมทั้งการคมนาคมทางรถยนต์ทางบก  และทางอากาศ

(๖)   ให้เพิ่มมาตรการแก่บริษัทหรือองค์กรต่าง ๆ ที่ได้รับสัมปทานจาหน่วยงานของรัฐให้เป็นเจ้าของแถบคลื่นความถี่วิทยุหรือสัมปทานอื่น ๆ โดยจะต้องมีโรงงานผลิตชิ้นส่วนและประกอบภายในประเทศ

(๗)  ให้มีการจัดสรรแถบคลื่นวิทยุซึ่งเป็นทรัพยากรของชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยรวม           

(๘)  ยกเลิกสัมปทานที่เอาเปรียบประชาชน  หรือผ่อนปนลงมาเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการบริการประชาชน

(๙)  ป้องกันระบบผูกขาดจากบริษัทเอกชนและสนับสนุนให้มีการค้าเสรี

๑๖.   โยบายด้านการกีฬาและนันทนาการ

(๑)  ส่งเสริมการกีฬาและรักกีฬาของชาติให้มีขวัญกำลังใจและความสามารถอย่างแท้จริง  เพื่อเขาเหล่านั้นจะได้สร้างชื่อให้กับประเทศชาติต่อไป

(๒)  ส่งเสริมให้มีสวนสาธารณะทุกแห่งที่มีผู้คนอาศัยอยู่หนาแน่นเพื่อเป็นปอดของธรรมชาติ

                (๓)  ส่งเสริมให้มีสนามเด็กเล่นและสนมกีฬาทุกหมู่บ้านที่มีผู้คนอาศัยอยู่ตามจำนวนที่ระบุไว้ในกฎหมาย

                (๔)  สนับสนุนและส่งเสริมให้เอกชนมีสโมสรการกีฬาของตนเอง  เพื่อให้องค์กรเหล่านั้นมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักและสามารถพัฒนาให้เป็นสโมสรระดับชาติได้

                (๕)  ส่งเสริมให้ทุกจังหวัดมีสโมสรโดยร่วมของจังหวัดและอำเภอ  เพื่อให้ประชาชนทุกหมู่เหล่ามีโอกาสได้เป็นสมาชิกเพื่อฝึกซ่อมหรือเล่นกีฬาตามที่ตนเองชอบ

                (๖)  ส่งเสริมและสนับสนุนการออกกำลังกาย  และเล่นกีฬาเพื่อสุขภาพของประชาชนโดยการสร้างสถานที่ฝึก  สถานที่แข่งขัน  และสถานที่พักผ่อนสาธารณะให้พอเพียงโดยเฉพาะในเมืองใหญ่

                                             

 

 

 
:
: